บทที่ 1
โรคสัตว์และการสุขาภิบาล
ในการเลี้ยงสัตว์ทั้งในสัตว์ปีก สัตว์เล็ก หรือสัตว์ใหญ่ จำเป็นต้องเข้าใจหลักของการเลี้ยงสัตว์ที่สำคัญๆ ก่อน ซึ่งปัจจัยที่จะประสบความสำเร็จในการเลี้ยงสัตว์ที่สำคัญคือ สายพันธุ์ดี อาหารดี โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ดี การจัดการการเลี้ยงดูดี และการป้องกันโรคที่ดี ซึ่งโรคสัตว์นับเป็นปัญหาหลักที่ก่อความเสียหายอย่างรุนแรงต่อการเลี้ยงสัตว์ โดยปัญหาการเกิดโรคในสัตว์นั้นจะไปมีผลต่อผลผลิตในฟาร์ม อัตราการเจริญเติบโต และอัตราการรอดชีวิตของสัตว์ รวมไปจนถึงไปเพิ่มต้นทุนต้นทุนการผลิตอีกด้วย ซึ่งในการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ เช่น สุกร ไก่เนื้อ ไก่ไข่ โคเนื้อและโคนม ที่สามารถสร้างรายได้อย่างดีมาก แต่ยังพบว่าผู้เลี้ยงสัตว์บางรายที่มองข้ามหรือละเลยปัญหาด้านโรคสัตว์ ยังเกิดการขาดทุนและต้องเลิกเลี้ยงไปในที่สุด ดังนั้น ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องเอาใจใส่และไม่ควรละเลยปัญหาเรื่องโรคสัตว์ที่เกิดขึ้น มีการวางแผนที่ดี มีการจัดการที่สม่ำเสมอ มีวัสดุอุปกรณ์ที่พร้อมใช้งานและมีบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆ และป้องกันการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นได้
สัตว์เลี้ยงจะมีสุขภาพดี มีร่างกายแข็งแรง สามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพตามความต้องการของผู้เลี้ยง และยังปลอดภัยจากโรคสัตว์ได้นั้น หัวใจหลักข้อหนึ่งที่เกี่ยวข้องคือการจัดการด้านสุขาภิบาลที่ดี ซึ่งเป็นการจัดการเพื่อหลีกเลี่ยงหรือป้องกันโรคที่มีผลกระทบโดยตรงต่อตัวสัตว์ ดังนั้น ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำเป็นต้องมีความรู้และความเข้าใจอย่างครอบคลุมในด้านสุขภาพและโรคในสัตว์ การจัดการสุขภาพ การดูแลรักษา การป้องกันโรค ตลอดจนการสุขาภิบาลในทุกด้าน เพื่อการจัดการด้านสุขาภิบาลสัตว์ได้อย่างถูกวิธี
ความหมายของสุขภาพสัตว์ โรคสัตว์ และการสุขาภิบาลสัตว์
คำว่า สุขภาพ (Healthy) ตามความหมายของราชบัณฑิตยสถาน (2538) นั้นหมายถึง ภาวะที่ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ดังนั้น สุขภาพ จึงหมายถึง ภาวะแห่งความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจ ตลอดจนการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมด้วยดี และสุขภาพสัตว์ (Animal Healthy) หมายถึง ภาวะแห่งความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจสัตว์ ในสภาพที่ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บมารบกวน ไม่มีการพิการต่างๆ ของร่างกาย สามารถดำรงชีวิตอยู่ในหมู่สัตว์ด้วยกันได้ และสามารถดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมต่างๆได้ด้วยดี (จำเนียร, 2527 อ้างโดย มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2546)
โรคสัตว์ (Animal Disease) หมายถึง สิ่งที่เกิดแก่สัตว์แล้วทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายทางอวัยวะหรือกายวิภาค (Anatomical change) หรือเปลี่ยนแปลงทางสรีระ (Physiological change) ไปจากเดิมจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ เป็นผลให้เป็นอันตรายต่อตัวสัตว์ (มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2546) เช่น สัตว์ที่เป็นโรคท้องร่วงทำให้เกิดลำไส้อักเสบ ดูดซึมสารอาหารไม่ได้ ทำให้สัตว์ผอมแกร็นและไม่แข็งแรง เป็นต้น
นอกจากนิยามความหมายของสุขภาพสัตว์และโรคสัตว์แล้ว ยังมีนิยามความหมายของคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับด้านสุขภาพที่ใช้กันอยู่ทั่วไป และแต่ละคำยังมีความหมายแตกต่างไป ดังนี้
การป้องกันโรค (Disease Prevention) หมายถึง การกระทำก่อนที่จะเกิดโรค เพื่อให้มีโอกาสเกิดโรคได้น้อยที่สุดหรืออุบัติการณ์ของโรค และความชุกของโรคลดลง (ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องทางสัตวแพทย์, 2552) เช่น การใช้ยาผสมอาหารในสุกรขุนเพื่อป้องกันโรคทางเดินหายใจ การจัดการด้านสุขาภิบาลของฟาร์ม และการทำวัคซีน เป็นต้น
การควบคุมโรค (Disease Control) หมายถึง การกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อทำให้การเกิดโรคหรือความชุกของโรคลดลงซึ่งกระทำได้หลายลักษณะ โดยถ้าใช้การรักษาสัตว์ป่วยจะมีผลทำให้ความชุกของโรคลดลง และถ้าใช้การป้องกันโรคจะมีผลให้อุบัติการณ์และความชุกของโรคลดลง (ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องทางสัตวแพทย์, 2552) เช่น การรักษาเป็นรายตัว การรักษาและการป้องกันทั้งฟาร์ม การคัดทิ้งหรือการทำลายสัตว์ป่วยที่รักษาไม่หาย เป็นต้น
การกำจัดโรค (Eradication) หมายถึง การกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่อทำลายสาเหตุของโรคให้หมดสิ้นไปจากพื้นที่นั้นๆ โดยศูนย์การศึกษาต่อเนื่องทางสัตวแพทย์ (2552) ได้ให้ความหมายของการกำจัดโรคไว้ 4 ความหมายด้วยกัน คือ
- การสาบสูญของโรคติดเชื้อ การกำจัดโรคจะไม่ประสบความสำเร็จ ถ้าตราบใดยังมี ตัวก่อโรค หลงเหลืออยู่ในธรรมชาติ ดั้งนั้นจึงมีโรคน้อยมากที่ถูกกำจัดตามนิยามนี้ ตัวอย่างโรคที่ถูกกำจัด ตามนิยามนี้ได้แก่ โรคฝีดาษในมนุษย์ เป็นต้น
- การลดลงของความชุกของโรคติดเชื้อในพื้นที่ ในระดับที่โรคไม่สามารถแพร่กระจายได้
- การลดลงของความชุกของโรคติดเชื้อ ในระดับที่โรคหยุดก่อปัญหาต่อสุขภาพสัตว์ แม้ว่าการแพร่กระจายของโรคยังมีอยู่
- การสาบสูญของตัวก่อโรคจากบริเวณพื้นที่เฉพาะ เช่น ไม่พบการระบาดของโรครินเดอเปสท์ และโรคแอนแทรกซ์ในประเทศไทย เป็นต้น ความหมายของการกำจัดโรคตามนัยนี้เป็นความหมายที่นิยมใช้มากที่สุดในทางสัตวแพทย์
ดังนั้น การรักษาโรค (Disease Treatment) จึงหมายถึง วิธีการหรือการทำลายโรคมีผลให้โรคติดเชื้อในสัตว์หมดสิ้นไปจากตัวสัตว์หรือจากฟาร์ม เช่น การฉีดยารักษาโรคปอดบวมให้แพะเป็นรายตัว การละลายยาในน้ำดื่มเพื่อรักษาโรคหวัดในไก่เนื้อทั้งฟาร์ม เป็นต้น นิยามความหมายของการรักษาโรคจะมีความหมายใกล้เคียงกับการควบคุมโรคและการกำจัดโรค แต่การควบคุมโรคและการกำจัดโรคนั้นจะเน้นการจัดการด้านมาตรการหรือการทำลายสาเหตุของโรคมากกว่าการทำให้สัตว์หายป่วย เช่น การคัดทิ้งหรือการทำลายสัตว์ป่วย การกำจัดโรควัวบ้าของกลุ่มประเทศยุโรป การทำลายโรคไข้หวัดนกในไก่เนื้อของประเทศไทย เป็นต้น ซึ่งการรักษาโรคสัตว์นั้น ดำรง กิตติชัยศรี (2542) ได้แบ่งการรักษาได้เป็น 2 แบบ คือ
- รักษาตามอาการ เป็นการรักษาสัตว์ป่วยตามอาการที่แสดงออกมา เช่น การให้น้ำเกลือในโคนมที่สูญเสียน้ำและอิเล็กโทรล์เนื่องจากการท้องเสีย การให้ยาลดไข้ในสุกรที่มีไข้สูง การให้ยาแก้อาเจียรในสุนัขที่มีอาการอาเจียร เป็นต้น การรักษาตามอาการนี้เป็นการทำในกรณีเร่งด่วน ถ้าไม่ดำเนินการสัตว์อาจเสียชีวิตได้เนื่องจากสภาพร่างกายไม่สามารถทนต่อไปได้
- การรักษาที่สาเหตุ เป็นการทำควบคู่ไปกับการรักษาตามอาการด้วยการหาสาเหตุการป่วย หรือในกรณีที่ทราบสาเหตุการป่วยแล้ว ให้รีบรักษาที่สาเหตุนั้นๆ เช่น หากเกิดจาการติดเชื้อแบคทีเรียให้ใช้ยาปฏิชีวนะรักษา การให้ยาต้านพิษในสัตว์ที่กินสารพิษเข้าไป เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีคำนิยามที่สำคัญในด้านสุขภาพสัตว์อีกคือ การสุขาภิบาลสัตว์ (Animal Sanitation) ซึ่งหมายถึง การจัดการใดๆ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมให้เอื้ออำนวยและเหมาะสมกับความต้องการโดยธรรมชาติของสัตว์แต่ละชนิด ทั้งนี้เพื่อให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรง มีการเจริญเติบโตดี และให้ผลผลิตสูง ไม่เกิดโรคอันเป็นอุปสรรคต่อการเลี้ยง (ดำรง กิตติชัยศรี, 2542) เช่น การคัดเลือกพันธุ์ที่ทนต่อโรคมาเลี้ยง การให้อาหารที่มีโภชนะครบถ้วน มีโรงเรือนที่สัตว์อย่างสบาย มีการจัดการการเลี้ยงดูอย่างถูกวิธี และมีระบบการป้องกันโรคที่เข้มงวด เป็นต้น
ภาพที่ 1.1 การสุขาภิบาลฟาร์มกระบือที่ดีทำให้สุกรมีสุขภาพแข็งแรง
สาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับโรคสัตว์และสุขาภิบาล
ความรู้ในด้านโรคสัตว์และการสุขาภิบาลนั้นเป็นความรู้ที่เกิดจากการศึกษา การสังเกต และการค้นคว้าอย่างมีเหตุผลและบันทึกเป็นหลักฐาน แล้วนำความรู้ที่ได้มาสร้างหรือปรับปรุงสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวสัตว์ เพื่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพอนามัยของสัตว์นั้นๆ โดยที่สาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสัตว์นั้นมีหลายสาขาวิชาด้วยกัน ได้แก่ สัตวแพทย์ สัตวบาล และสัตวศาสตร์ โดย ศิริชัย ศรีพงพันธุ์ (2541) ได้ให้ความหมายไว้ดังนี้
- สัตวแพทย์ (Veterinary Medicine) หมายถึง สาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และศิลปะในการป้องกันและรักษาโรค หรือระงับและบรรเทาโรคหรือการบาดเจ็บป่วยไข้ของสัตว์ ผู้ศึกษาและทำงานด้านนี้เรียกว่า สัตวแพทย์ (Veterinarian)
- สัตวบาล (Animal Husbandry) หมายถึง สาขาวิชาหนึ่งของการเกษตรที่เกี่ยวกับศาสตร์และศิลป์ในการเลี้ยงและการผลิตสัตว์เพื่อมุ่งผลผลิตมาสนองต่อการใช้สอยของมนุษย์ในรูปแบบต่างๆ เช่น เนื้อ นม ไข่ ขน หนัง ฯลฯ ผู้ทำงานด้านนี้เรียกว่า นักสัตวบาล (Animal Hasbander)
- สัตวศาสตร์ (Animal Science) หมายถึง สาขาวิชาที่ประมวลสารพัดความรอบรู้ของมนุษยชาติ อาทิ วิทยาศาสตร์ ศิลปะศาสตร์ เกษตรศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และอื่นๆอีกมากมาย มาดำเนินกระบวนการโดยผ่านทางสัตว์หรือสิ่งที่สืบเนื่องเกี่ยวข้องกับสัตว์เพื่อมุ่งให้ผลที่เกิดขึ้นเป็นประโยชน์อย่างมีความหลากหลายแง่มุมและมีความปลอดภัยแก่มนุษยชาติและโลก
ในปัจจุบันนี้ การศึกษาในระดับอุดมศึกษาของประเทศไทยนั้นได้มีการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งได้มีการเปิดสอนของสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ประยุกต์บางสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสัตว์ โรคสัตว์ และการสุขาภิบาลสัตว์ คือ
- เทคโนโลยีการเกษตร (Agricultural Technology) หมายถึง วิทยาศาสตร์ประยุกต์ในสาขาวิชาการเกษตรที่มุ่งให้ความรู้ วิทยาการ เทคนิค วิธีการ เครื่องจักรกลการเกษตร และการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาเพื่อนำมาใช้ปรับปรุงหรือเพิ่มผลผลิตในการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์ (ศุภพร และพันธ์จิตต์, 2547)
- เทคโนโลยีการผลิตสัตว์ (Animal Technology) หมายถึง วิทยาศาสตร์ประยุกต์สาขาวิชาหนึ่งในสาขาวิชาการเกษตรที่มุ่งให้ความรู้ วิทยาการ เทคนิค วิธีการเลี้ยงและการผลิตสัตว์ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาใช้ปรับปรุงกระบวนการการเลี้ยงและการผลิต เพื่อมุ่งเพิ่มผลผลิตที่ได้จากสัตว์ (ดัดแปลงจาก ศุภพร และพันธ์จิตต์, 2547)
ความสำคัญด้านโรคสัตว์และสุขาภิบาล
วิทยาการทางด้านโรคสัตว์และการสุขาภิบาลนั้นมีความสำคัญและมีประโยชน์มากมาย ทั้งต่อผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์ ผู้บริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์และต่อประเทศชาติ เนื่องจากเป็นการสร้างและปรับปรุงสิ่งแวดล้อมที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของสัตว์โดยตรง เช่น การจัดการด้านอาหาร ที่อยู่อาศัย การป้องกันโรค รวมถึงการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเฉพาะอย่าง เช่น อุณหภูมิ ความชื้น เป็นต้น เพื่อให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรง ปลอดโรค มีการเจริญเติบโตดี และให้ผลผลิตสูง ซึ่งพอจะสรุปได้ 5 ด้านใหญ่ๆ คือ ด้านการผลิต ด้านสาธารณสุข ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และแปรรูปอาหาร ด้านการส่งออกสินค้าเกษตร และด้านสังคม (ดัดแปลงมาจาก มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2546) ดังนี้
1. ความสำคัญในด้านการผลิต สัตว์เลี้ยงให้ประโยชน์แก่มนุษย์หลายประการ ทั้งแง่ที่ใช้เป็นอาหาร เช่น เนื้อ นม ไข่และน้ำผึ้ง เป็นต้น ในแง่ที่ใช้เป็นแรงงาน ในแง่ที่ใช้ในเกมกีฬา ตลอดจนถึงการเลี้ยงเพื่อความสวยงามเพลิดเพลิน ดังนั้น หากสัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดี ปลอดโรค ที่เกิดจากการดูแลและป้องกันโรคด้วยความรู้ด้านการสุขาภิบาลสัตว์ ย่อมเอื้อประโยชน์ในวงการผลิตสัตว์เป็นอย่างมาก ที่จะผลิตสัตว์ให้มีปริมาณเพียงพอกับความต้องการบริโภคในประเทศ โดยมีการสุขาภิบาลสัตว์ที่ดีจะผลต่อด้านการผลิต ดังนี้
1.1 เพิ่มผลผลิตให้กับฟาร์มสัตว์ โดยพบว่าสัตว์ที่มีสุขภาพดีและปลอดโรค สัตว์จะมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง มีการเจริญเติบโตดี และให้ผลผลิตสูงต่อตัวสูงขึ้น ซึ่งจะไปส่งผลต่อผลผลิตฟาร์มเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน
1.2 ลดต้นทุนการผลิต เนื่องจากการสุขาภิบาลสัตว์ที่ดีจะทำสัตว์มีสุขภาพดีและปลอดโรค ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการรักษาและการควบคุมโรค ทำให้ประหยัดต้นทุนการผลิตให้กับฟาร์มเลี้ยงสัตว์ได้อีกทางหนึ่งด้วย
1.3 รักษาความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน เมื่อสัตว์มีสุขภาพดีทำให้มีการใช้ยาสัตว์หรือสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงสัตว์ลดน้อยลงไปด้วย ซึ่งจะไปส่งผลต่อเนื่องกับสภาพดินที่ทำให้เกิดการตกค้างของสารเคมีในดินน้อยลง รวมไปจนถึงมูลสัตว์ยังเป็นปุ๋ยให้กับดิน ทำให้ดินที่ในบริเวณเลี้ยงสัตว์จึงความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยเช่นกัน
1.4 เกิดการใช้ที่ว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นผลต่อเนื่องจากการที่เลี้ยงสัตว์สุขภาพดีที่ให้ผลผลิตสูง ช่วยลดต้นทุนการผลิต และดินมีความอุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้ผู้เลี้ยงสัตว์มีแนวทางที่จะขยายกิจการเพิ่มขึ้น และดินที่อุดมสมบูรณ์ยังสามารถทำการเกษตรอื่นๆ ได้อีกด้วย
ภาพที่ 1.2 การใช้พื้นที่ว่างเปล่ามาใช้ปลูกหญ้าแพงโกล่าเพื่อการค้า
2. ความสำคัญในด้านสาธารณสุข การจัดการด้านสุขาภิบาลสัตว์มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะลดการตายจากโรคสัตว์ การขาดสารอาหาร และการได้รับสารพิษ และยังมีความสำคัญต่อการป้องกันโรคในสัตว์ รวมทั้งยังป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคจากสัตว์ต่างๆ ไปสู่คน เช่น โรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีก โรควัวบ้าในโค เป็นต้น โดยมีการสุขาภิบาลสัตว์ที่ดีจะผลต่อด้านสาธารณสุข ดังนี้
2.1 สัตว์สุขภาพดีและปลอดโรค การสุขาภิบาลเป็นการจัดการสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ ให้เหมาะสมกับความต้องการโดยธรรมชาติของสัตว์แต่ละชนิด ส่งผลให้สัตว์มีสุขภาพดี มีร่างกายแข็งแรง มีภูมิต้านทานและมีความทนทานต่อการเกิดโรค ทำให้สัตว์ในฟาร์มมีสุขภาพดีและปลอดจากโรคสัตว์
2.2 สัตว์ปลอดจากสารพิษและสารตกค้าง ในการสุขาภิบาลที่ดีทำให้สัตว์ในฟาร์มมีสุขภาพดีและปลอดจากโรคสัตว์ ผู้เลี้ยงสัตว์จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาหรือสารเคมีในการรักษาหรือป้องกันโรคของสัตว์ ส่งผลให้สัตว์ปลอดจากสารพิษและสารตกค้างที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเลี้ยงสัตว์ได้
2.3 ป้องกันโรคระบาดที่เกิดในสัตว์ การสุขาภิบาลเป็นการจัดการสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ ที่เป็นการป้องกันไม่ให้สัตว์เกิดโรคอันเป็นอุปสรรคต่อการเลี้ยง ซึ่งเป็นการจัดการที่ป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของโรคเกิดขึ้นในฟาร์มด้วยเช่นกัน
2.4 ป้องกันการแพร่เชื้อโรคจากสัตว์ต่างๆ ไปสู่คน เมื่อการสุขาภิบาลสัตว์สามารถป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของโรคเกิดขึ้นในฟาร์มและมีระบบการป้องกันโรคที่เข้มงวด ทำให้โรคระบาดสัตว์ต่างๆ ไม่สามารถแพร่เชื้อโรคในฟาร์มและแพร่ระบาดออกนอกฟาร์มได้ ซึ่งเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคสัตว์สู่คนได้อีกทางหนึ่งด้วย
3. ความสำคัญในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และแปรรูปอาหาร การสุขาภิบาลสัตว์ได้ให้ความสำคัญต่อสุขภาพของสัตว์ ที่เป็นส่วนสำคัญต่อกระบวนการผลิตและการแปรรูปอาหาร นับตั้งแต่กระบวนการเลี้ยงที่ปลอดโรค การแปรรูปผลิตผลที่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงได้ผลิตภัณฑ์สัตว์ที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งจะไปส่งผลต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการแปรรูปสัตว์ ดังนี้
3.1 ผลผลิตและผลิตผลที่เกิดขึ้นมีคุณภาพ ในกระบวนการผลิตสัตว์ที่ถูกหลักสุขาภิบาลนั้น จะทำให้สัตว์สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ให้ผลผลิตสูง ไม่เกิดโรคอันเป็นอุปสรรคต่อการเลี้ยง และไม่มีการใช้สารเคมี ทำให้ผลผลิตและผลิตผลที่ได้จากการผลิตนั้นมีคุณภาพสูง มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและผู้แปรรูปผลิตผลจากสัตว์
3.2 การแปรรูปผลิตผลและผลิตภัณฑ์ปลอดภัยและไม่มีเชื้อโรค การสุขาภิบาลที่ดีทำให้สัตว์ในฟาร์มมีสุขภาพดีและปลอดจากโรคสัตว์ ผู้เลี้ยงสัตว์จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาหรือสารเคมีในการรักษาหรือป้องกันโรคของสัตว์ สัตว์จึงปลอดจากสารพิษและสารตกค้างที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเลี้ยงสัตว์ ส่งผลให้ผลิตผลที่ได้จากสัตว์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปผลิตผลจากสัตว์ เช่น น้ำนมและการแปรรูปน้ำนม ไข่และการแปรรูปไข่ เนื้อสัตว์และการแปรรูป เป็นต้น ซึ่งในกระบวนการผลิตนั้นจะมีการตรวจสอบคุณภาพและตรวจโรคตั้งแต่ก่อนออกจากฟาร์ม ที่โรงฆ่าสัตว์ และมีการตรวจสอบคุณภาพของผลิตผลและจำนวนเชื้อโรคหลังออกจากโรงฆ่าสัตว์ หรือโรงงานแปรรูปด้วยเช่นกัน
3.3 พบปริมาณสารตกค้างหรือสารเคมีในอาหารและผลิตผลมีปริมาณที่ปลอดภัยแก่ผู้บริโภค จากที่กล่าวถึงการเลี้ยงสัตว์มาข้างต้นเมื่อสัตว์สุขภาพดีและปลอดจากโรคสัตว์แล้ว ผู้เลี้ยงจึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาหรือสารเคมีในการรักษาหรือป้องกันโรคของสัตว์ สัตว์จึงปลอดจากสารพิษและสารตกค้างหรืออาจจะมีการใช้ในปริมาณตามข้อกำหนดไว้ ทำให้ได้ผลิตผลหรืออาหารที่แปรรูปจากสัตว์นั้นมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ไม่พบสารตกค้างหรือสารเคมีหรืออาจพบในปริมาณที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
รูปที่ 1.3 การแปรรูปเนื้อสัตว์ (ที่มา: http://www.thaigreenmarket.com)
4. ความสำคัญในด้านการส่งออกสินค้าเกษตร การสุขาภิบาลสัตว์มีความสำคัญต่อสุขภาพของสัตว์ที่จะไปส่งผลต่อผลิตผลและผลิตภัณฑ์สัตว์ที่ได้คุณภาพและมีมาตรฐาน ต้องให้ได้คุณภาพและปลอดเชื้อโรคตามมาตรฐานสากล ซึ่งจะส่งผลต่อการส่งออกได้ ดังนี้
4.1 ผลิตผลและผลิตภัณฑ์สัตว์ได้มาตรฐานการส่งออก ในการเลี้ยงสัตว์ที่มีการสุขาภิบาลที่ดีนั้น จะถูกควบคุมและดูแลจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงและการแปรรูปผลิตผลจากสัตว์ ซึ่งจากมีการเลี้ยงสัตว์ที่ถูกหลักสุขาภิบาลและได้มาตรฐานตามข้อกำหนดของรัฐแล้ว ผลิตผลและผลิตภัณฑ์สัตว์ที่ได้ก็จะได้มาตรฐานภายในประเทศ และได้มาตรฐานการส่งออกต่างประเทศด้วย
4.2 ทำให้ประเทศมีรายได้จากการส่งออก การเลี้ยงสัตว์ที่มีการสุขาภิบาลที่ดีทำให้เกิดการผลิตที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานการส่งออก สามารถส่งขายภายในประเทศได้ราคาดี และยังสามารถส่งออกต่างประเทศได้ เป็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติได้อีกทางหนึ่งด้วย
4.3 เกิดอุตสาหกรรมลูกโซ่ กล่าวคือ เมื่อมีการเลี้ยงสัตว์ก็จะมีอุตสาหกรรมอื่นๆ เข้าเกี่ยวข้อง และหากมีการสุขาภิบาลที่ดีที่มีคุณภาพและส่งออกได้ ก็จะมีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องมากมาย เช่น โรงงานผลิตอาหารสัตว์ โรงงานปลาป่น โรงงานฆ่าสัตว์ โรงงานผลิตภัณฑ์นม โรงงานแปรรูปผลิตผลจากสัตว์ อุตสาหกรรมส่งออกผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เป็นต้น
5. ความสำคัญในด้านสังคม การจัดการด้านสุขาภิบาลสัตว์นั้นได้ให้ความสำคัญตั้งแต่การสร้างโรงเรือน การเลี้ยงดู การรักษาและป้องกันโรค การผลิตและการแปรรูปสัตว์ หรือผลิตผลจากสัตว์ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาสังคมหลายประการ ดังนี้
5.1 ลดปัญหาการว่างงานของประชาชน เนื่องจากในแต่ละขั้นตอนของการเลี้ยงสัตว์ มีความจำเป็นที่ต้องใช้ผู้ที่ชำนาญการด้านต่างๆ เช่น สถาปนิคที่ออกแบบโรงเรือน ช่างก่อสร้างในการสร้างโรงเรือน ผู้เลี้ยงสัตว์ สัตวบาล สัตว์แพทย์ ตลอดไปจนถึงด้านการแปรรูป และหากมีการสุขาภิบาลที่ดียิ่งทำให้เกิดการผลิตที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานการส่งออก ดังนั้นจึงมีการจ้างงานทั้งระบบเกิดขึ้นอย่างมากมาย ซึ่งมีการเลี้ยงและการสุขาภิบาลสัตว์ที่ดีช่วยให้ประชาชนมีงานทำประจำ ไม่เกิดปัญหาการว่างงานขึ้น
5.2 ผลิตผลจากสัตว์ช่วยบำรุงพลานามัยของประชาชน ในกระบวนการเลี้ยงและการสุขาภิบาลสัตว์ที่ดี ส่งผลให้การผลผลิตเนื้อ นม ไข่ ที่ได้มีคุณภาพและปลอดภัย ทำให้ผู้บริโภคมีร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยแทรกซ้อน ซึ่งเป็นอาหารที่ได้มาตรฐานที่ช่วยบำรุงพลานามัยของประชาชนที่เป็นกำลังของชาติต่อไป
5.3 เป็นการให้การศึกษาแก่สมาชิกในครอบครัว โดยทั่วไปการประกอบอาชีพนั้นมักจะกระทำต่อไปยังลูกหลาน ซึ่งเกิดจากการให้ลูกหลานได้ช่วยปฏิบัติการเลี้ยงสัตว์ที่ถูกหลักสุขาภิบาลหรือถ่ายทอดให้แก่บุตรหลาน เป็นการวางรากฐานอาชีพและเกิดการเรียนรู้สืบทอดต่อไป
5.4 เป็นการฝึกนิสัยของผู้ประกอบการ ในการเลี้ยงสัตว์หลักอย่างถูกสุขาภิบาลนั้นต้องมีความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ การตรงต่อเวลา และการเสียสละ เนื่องจากจำเป็นต้องมีการดูแลและควบคุมการผลิตอย่างเป็นระบบ อาจจะมีการใช้งบประมาณที่สูงขึ้น เพื่อให้เกิดผลิตผลที่มีคุณภาพและปลอดภัย จึงเป็นการฝึกนิสัยผู้ประกอบการให้มีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคไปในตัวด้วย
5.5 การเลี้ยงสัตว์ช่วยสร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้ปฏิบัติงาน และการเลี้ยงสัตว์ที่เป็นระบบและมีการสุขาภิบาลที่ดี ทำให้ผู้เลี้ยงสัตว์เองก็มีปลอดภัยต่อสุขภาพ มีสุขภาพจิตดี และไม่เกิดความเครียดที่เกิดการเลี้ยงสัตว์ที่ผิดวิธี
คำศัพท์ด้านสุขภาพสัตว์ที่สำคัญ
คำศัพท์ทั่วๆ ไปที่ใช้กันมากในทางวิทยาศาสตร์สุขภาพทั้งของคนและของสัตว์นั้น สามารถหาอ่านได้ทั่วไปในคู่มือศัพท์ที่วางจำหน่ายตามท้องตลาด ซึ่งส่วนใหญ่จะเรียงลำดับตั้งแต่ a-z โดยจะมีคำศัพท์ที่เกี่ยวกับสุขภาพ โรค สาเหตุการเกิดโรค อาการของโรค ภูมิคุ้มกันโรค การรักษา และการป้องกันโรค ดังนั้นเมื่อศึกษาคำศัพท์ต่างๆ ดังกล่าวแล้ว ผู้อ่านจะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปอ่านเอกสาร วารสาร บทความทางวิชาการ หรือบทความทางอิเล็คทรอนิคส์ที่เป็นภาษาต่างประเทศได้เข้าใจยิ่งขึ้น ซึ่งในประเด็นนี้จึงได้รวบรวมคำศัพท์พื้นฐานที่จะทำให้เข้าใจเนื้อหารายละเอียดในเนื้อหาโรคและการสุขาภิบาลสัตว์ได้ดียิ่งขึ้นต่อไป
Acute disease หมายถึง โรคเฉียบพลัน โดยเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับสัตว์แล้วทำให้สัตว์แสดงอาการเจ็บป่วยในระยะเวลาอันสั้น
Allergy หมายถึง ภูมิแพ้ เป็นอาการแพ้ที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างแอนติเจนกับแอนติบอดีซึ่งเกิดขึ้นได้กับสัตว์บางตัว ส่วนมากจะไม่รุนแรง เช่น น้ำลายฟูมปาก สั่น ชัก เป็นต้น
Anemia หมายถึง ภาวะโลหิตจาง ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายสัตว์มีเม็ดเลือดแดง หรือฮีโมโกบินจำนวนน้อยกว่าปกติ
Antibiotic หมายถึง ยาปฏิชีวนะ ที่เป็นสารประกอบทางเคมีที่เตรียมได้จากสิ่งมีชีวิตเพื่อใช้ฆ่าเชื้อหรือยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์พวกแบคทีเรียหรือโปรโตซัวได้
Antibody หมายถึง สารที่สร้างขึ้นภายในร่างกายที่เป็นสืบเนื่องมาจากการกระตุ้นของแอนติเจน หรือเกิดการติดโรค
Antiseptic หมายถึง ยาระงับเชื้อ หรือสารเคมีต่างๆ ที่ใช้ในการฆ่า ทำลาย หรือป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อโรคและใช้กับเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตได้
Antiserum หมายถึง แอนติบอดีชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นของเหลวส่วนน้ำเหลืองที่สกัดได้จากน้ำเลือด ซึ่งเป็นส่วนที่มีแอนติบอดีของโรคเฉพาะโรคใดโรคหนึ่งอยู่เป็นจำนวนมาก มีฤทธิ์ในการป้องกันหรือรักษาโรคนั้นได้เพื่อให้ได้ผลอย่างรวดเร็ว และสามารถช่วยให้เกิดความคุ้มโรคอยู่ได้นานราว 2-4 สัปดาห์ เช่น แอนติเซรุ่มรักษาพิษงู แอนติเซรุ่มของโรคอหิวาต์สุกร เป็นต้น
Antigen หมายถึง สารใดสารหนึ่งเมื่อนำเข้าสู่ร่างกายสัตว์ที่เป็นสิ่งแปลกปลอม ซึ่งแอนติเจนที่เข้าสู่ร่างกายสัตว์นี้จะกระตุ้นให้เกิดการสร้างแอนติบอดีเฉพาะสำหรับแอนติเจนชนิดนั้นๆ ในร่างกายขึ้นมา
Antitoxin หมายถึง แอนติบอดีชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นของเหลวที่สกัดได้จากน้ำเลือดมีฤทธิ์แก้พิษของแบคทีเรีย ทำให้เกิดการคุ้มโรคขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ เหมือนกับแอนติเซรุ่ม
Aseptic หมายถึง ปลอดเชื้อ เป็นการจัดสภาวะต่างๆ ให้ปลอดจากโรคมากที่สุด ซึ่งจะนิยมจัดภาวะปลอดเชื้อนี้ในงานผ่าตัดต่างๆ
Bacteria หมายถึง แบคทีเรีย ซึ่งเป็นจุลชีพขนาดใหญ่ที่สามารถใช้กล้องจุลทรรศน์ที่ตรวจดูได้
Bactericide หมายถึง สารฆ่าแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสารเคมีหรือต้านจุลชีพต่างๆ ที่มีฤทธิ์ทำลายหรือฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้
Bacteriostat หมายถึง สารหยุดยั้งแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสารเคมีหรือต้านจุลชีพต่างๆ ที่มีฤทธิ์ไปยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย
Carrier หมายถึง พาหะนำโรค ซึ่งสัตว์ตัวใดตัวหนึ่งที่เลี้ยงอยู่ในฝูงแล้วเป็นตัวนำโรคให้กับสัตว์อื่นในฝูงนั้นๆ
Chronic disease หมายถึง โรคเรื้อรัง โดยเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับสัตว์แล้วทำให้สัตว์แสดงอาการเจ็บป่วยเป็นระยะเวลานานๆ
Clinical sign หมายถึง อาการทางคลินิก เป็นอาการจำเพาะของโรคในสัตว์ที่แสดงออกมาให้เห็นจากภายนอก
Dehydration หมายถึง ภาวะขาดน้ำ เป็นภาวะที่ร่างกายสูญเสียน้ำ หรือขาดน้ำที่เกิดขึ้นจากการเจ็บป่วย ซึ่งสัตว์ที่ขาดน้ำจะแสดงอาการทางคลินิกที่จำเพาะ เช่น ผิวหนังหยาบแห้ง ตาลึกโบ๋ เป็นต้น
Edema หมายถึง อาการบวมน้ำ เป็นภาวะที่ของเหลวไปสะสมอยู่ในเซลล์เนื้อเยื่อตามส่วนต่างของร่างกายมากเกินไป เช่น การบวมน้ำที่ใบหน้า การบวมน้ำที่เหนียงคอ การบวมน้ำที่ตา เป็นต้น
Hemorrhage หมายถึง เลือดออก เป็นการไหลของเลือดออกจากหลอดเลือดที่อยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งการเลือดออกนั้นอาจจะเกิดจากการได้รับบาดเจ็บ หรือการเจ็บป่วยจากการเกิดโรค
Hypersensitivity หมายถึง ภูมิไวเกิน เป็นความไวที่ผิดปกติที่มีต่อสิ่งกระตุ้นใดๆ หรือสภาวะของร่างกายที่เกิดปฏิกิริยาต่อต้านกับสิ่งแปลกปลอมอย่างรุนแรงมากกว่าปกติ
Inflammation หมายถึง การอักเสบ เป็นการตอบสนองของร่างกายต่อการบาดเจ็บหรือการเจ็บป่วยต่างๆ โดยบริเวณที่เจ็บป่วยจะเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพไปจากเดิม เช่น ร้อนขึ้น บวม แดง เป็นต้น ซึ่งเป็นการตอบสนองนี้เพื่อลดการเกิดโรค
Lesion หมายถึง รอยโรค เป็นสภาพที่เกิดขึ้นเซลล์หรือเนื้อเยื่อของร่างกายที่มีการติดเชื้อ ทำให้เนื้อเยื่อและอวัยวะนั้นๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง สี หรือลักษณะทั่วไป เกิดมีลักษณะของการเจ็บป่วยขึ้นมา ซึ่งอาจจะมองเห็นด้วยตาเปล่า หรือมีขนาดเล็กมากจนต้องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ หรือเรียกว่า วิการของโรคก็ได้
Necrosis หมายถึง เนื้อตาย เป็นการตายของเนื้อเยื่อร่างกาย ที่อาจเกิดขึ้นเฉพาะแห่ง หรือกระจายอยู่ทั่วไปหรือเกิดขึ้นทั้งหมดในอวัยวะที่มีติดเชื้อ
Septicemia หมายถึง ภาวะเลือดเป็นพิษ เป็นภาวะที่เลือดมีการติดเชื้อโรคหรือมีการพิษของเชื้อโรคในเลือด ทำให้ร่างกายสัตว์มีการเจ็บป่วยทั้งระบบ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นได้ชั่วระยะหนึ่งแล้วจึงมีการเจ็บป่วยขึ้นตามมา อาการเลือดเป็นพิษจะเกิดขึ้นได้ในการติดเชื้อโรคบางชนิด เช่น การเกิดโรคเต้านมอักสบในโค การติดเชื้อซัลโมเนลลา เป็นต้น
Stress หมายถึง ความเครียด เป็นสภาวะที่ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น อากาศร้อน แออัด การโดนกักขัง เป็นต้น ซึ่งจะไปมีผลต่อการใช้ชีวิตของสัตว์ ที่จะแสดงออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่น ซึม เบื่ออาหาร เป็นต้น หรืออาจจะรุนแรงถึงขั้นทำให้ภูมิคุ้มกันโรคลดลงได้
Swelling หมาถึง การบวม โรค เป็นสภาพที่เกิดขึ้นเซลล์หรือเนื้อเยื่อของร่างกายที่มีการติดเชื้อหรือได้รับบาดเจ็บ จนทำให้เนื้อเยื่อและอวัยวะนั้นๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างและลักษณะไปจากเดิม โดยเกิดการบวมนูนขึ้นกว่าปกติ
Systemic หมายถึง ระบบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยคำว่าระบบจะคลอบคลุมถึงเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ที่มีหน้าที่หรือทำงานคล้ายคลึงและสัมพันธ์กัน เช่น ระบบทางเดินหายใจ จะหมายถึง อวัยวะตั้งแต่ จมูก กล่องเสียง หลอดลม ไปจนถึงปอด เป็นต้น
Toxemia หมายถึง ภาวะโลหิตเป็นพิษ
Toxin หมายถึง สารพิษ เป็นสารพิษที่เกิดจาเซลล์ของสิ่งมีชีวิตของสัตว์และพืช
Vaccine หมายถึง วัคซีน เป็นชีวผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากมีชีวิตนำมาใช้ป้องกันโรค
Virus หมายถึง ไวรัส ซึ่งเป็นเชื้อจุลินทรีย์ขนาดเล็กที่สามารถใช้กล้องจุลทรรศน์ที่ตรวจดูได้
สรุป
การจัดการด้านโรคและการสุขาภิบาลสัตว์มีความสำคัญอย่างสูงต่อด้านการผลิต ด้านสาธารณสุข ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และแปรรูปอาหาร ด้านการส่งออกสินค้าเกษตร และด้านสังคม ซึ่งจะก่อประโยชน์ทั้งต่อผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์ ผู้บริโภค และต่อประเทศชาติ โดยหากมีการจัดการด้านโรคและการสุขาภิบาลสัตว์ที่ดีจะส่งให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรง ปลอดโรค มีการเจริญเติบโตดี และให้ผลผลิตสูง ดังนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้เลี้ยงสัตว์และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถบริหารจัดการด้านโรคสัตว์และการสุขาภิบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กรองแก้ว พู่พิทยาสถาพร. หลักการเลี้ยงสัตว์. กรุงเทพมหานคร: ภาควิชาชีววิทยา, คณะวิทยาศาสตร์ มศว. ประสานมิตร, 2539
จำเนียร สัตยาพันธุ์. เทคโนโลยีชีวภาพในการพัฒนาการผลิตและสุขภาพสัตว์. ที่ระลึกวันเกษียณอายุ สมุทร สิริเวชพันธุ์ วันที่ 30 กันยายน 2535 คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน (เอกสารโรเนียว), 2535
ดำรง กิตติชัยศรี. การสุขาภิบาลและโรคสัตว์ทั่วไป. บุรีรัมย์: คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันราชภัฏบุรีรัมย์, 2542
ทัศนี อภิชาติสรางกูร. สุขศาสตร์สัตว์. เชียงใหม่: บริษัท สารพัดการพิมพ์ จำกัด, 2540
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. วิทยาศาสตร์สุขภาพสัตว์. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2546
ราชบัณทิตยสถาน. 2548. พจนานุกรมฉบับราชบัณทิตยสถาน พ.ศ. 2525 พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด, 2538
ศิริชัย ศรีพงพันธุ์. สัตวแพทย์ อดีต ปัจจุบัน อนาคต. วารสารสัตวบาล 8(3) เม.ย.-มิ.ย., 2541: หน้า 31-37
ศุภพร ไทยภักดี และพันธ์จิตต์ พรประทานสมบัติ. 2552. สื่อมวลชนและสื่อบุคคลกับการยอมรับเทคโนโลยีการเกษตรของเกษตรกรในอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี.

